เนมิทริส อุบัติรักข้ามเวลา

1...เซนาเรีย 

เนมิทริส เป็นนครที่เจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์เหนือกว่านครใด นครแห่งนี้มีแม่น้ำเซนา แม่น้ำสายหลักที่เปรียบเสมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงนครให้เจริญรุ่งเรืองไหลทอดยาวจากทางเหนือจรดทางใต้และช่วงหนึ่งของแม่น้ำได้ไหลตัดผ่านด้านตะออกของพระราชวังเนมิทริสทำให้พระราชวังถูกแบ่งออกเป็นสอง ด้านตะวันออกและตะวันตกมีตำหนักทั้งหมดสามตำหนัก ตำหนักกลางจะเป็นที่พักของพระราชาและพระราชินีผู้ครองนคร ตำหนักด้านตะวันออกจะเป็นตำหนักของเจ้าชายและเจ้าหญิง ส่วนตำหนักตะวันตกจะเป็นที่ไว้สำหรับแขกบ้านแขกเมืองพัก กล่าวกันว่านครแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองที่สุดในช่วงของราชวงศ์ฟรานเซียส ที่ปกครองโดยกษัตริย์นิโคไลน์ และมีพระราชินีมารีอาเคียงคู่ ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรสที่เก่งกาจทั้งวิชาการและการรบ และพระราชธิดาที่งามพร้อมทั้งคุณสมบัติ รูปสมบัติ

ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างสีนวลตาราวไข่มุกชั้นเลิศ ในยามวิกาลเช่นนี้เจ้าชายแห่งเนมิทริสและเพื่อนสมัยเด็กยังคงไม่หลับ พวกเขาเดินไปทางแม่น้ำเซนาที่ไหลผ่านวังเนมิทริสซึ่งอยู่ห่างจากตำหนักตะวันออกที่พวกเขาพักอยู่ไปไม่ไกลนัก คืนนี้ทั้งสองหนุ่มก็หมายจะมาว่ายน้ำเล่นอีกตามเคย หากแต่คืนนี้คนที่ลงน้ำมีเพียงอลันเท่านั้นส่วนเรอัสนั่งดูอยู่ใต้ต้นไม้ริมน้ำโดยที่ให้เหตุผลว่า
มันหนาวจะมีก็แต่เจ้าชายที่ชื่นชอบความหนาวเย็นเท่านั้นล่ะที่ทนได้ 

     
“เรอัส แน่ใจหรือว่าจะไม่ลงมาเล่นน้ำด้วยกัน สนุกออกนะเย็นสบายดีด้วย” ชายหนุ่มร่างกำยำสมชายแถมห้อยท้ายด้วยตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาทถามเพื่อนที่นั่งดูอยู่ริมน้ำอย่างสบายอารมณ์ เขาเอามือมาเสยผมที่ตกลู่ปิดหน้าปิดตาเพราะเปียกน้ำออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายได้รูปชวนมองในสายตาสาวๆ แม้ยามนี้จะอยู่ในน้ำแต่ความสง่างามของเขาก็ไม่ได้ลดลงเลย ชายผู้นี้ก็ถือได้ว่าเป็นหนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งในนครเลยก็ว่าได้ หญิงสาวทั้งนอกและในนครต่างมุ่งหวังว่าจะได้เป็นพระชายาของเจ้าชายรัชทายาทพระองค์นี้

“ขอผ่านดีกว่าอากาศเย็นแบบนี้ให้ว่ายน้ำตอนกลางวันยังพอทนจะให้ว่ายตอนกลางคืนบอกตรงๆ ยังไม่อยากหนาวตายนะ” คนตอบพูดกลั้วหัวเราะทำเอาคนชวนเริ่มเสียอารมณ์เลยว่ายน้ำเข้ามาหาเอาแขนท้าวตลิ่ง
           

“ว่ายน้ำตอนกลางคืนออกจะเย็นสบาย ถ้านายไม่อยากจะลงน้ำแล้วจะมาตามคำชวนของฉันทำไม ใจจริงฉันอยากชวนน้องหญิงมาด้วยแต่ติดว่าเธอกำลังป่วยเป็นไข้เลยให้พักผ่อนน่าเสียดายจริง” เจ้าชายยังคงบ่นต่อ

ขณะที่กำลังคุยเพลินนั้นเองก็มีของบางอย่างหล่นลงมาจากเบื้องบนและตกลงสู่แม่น้ำถัดจากเจ้าชายไปเพียงเมตรเศษ อลันที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจึงรีบว่ายเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงได้เห็นว่าน้ำบริเวณนั้นมีเลือดปนอยู่ด้วยแผ่ขยายออกมา           

“ฉันจะลองดำลงไปดูก่อน นายคอยเฝ้าอยู่ตรงนั้นให้ดีเผื่อจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล” เมื่อสั่งเสร็จคนสั่งก็สูดอากาศเข้าปอดลึกๆ หนึ่งทีก่อนจะดำลงไปดูใต้น้ำ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมไม่อำนวย ยามดึกสงัดเช่นนี้จะมองเห็นได้ก็ต้องอาศัยแสงจันทร์นำทางเพียงอย่างเดียวจึงทำให้ลำบากในการมองหา จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ภาพของหญิงสาวที่กำลังลอยอยู่ในน้ำ เขารีบว่ายเข้าไปหาและพาขึ้นสู่เหนือน้ำอย่างรวดเร็ว
           

“เรอัส
!” เจ้าชายอลันตะโกนเรียกเพื่อน พลางพยุงร่างของหญิงสาวเข้าฝั่ง คนถูกเรียกก็รีบเข้าช่วยเหลืออย่างไม่รอช้า ร่างบางถูกนำขึ้นจากน้ำและวางลงบนพื้นดินอย่างแผ่วเบา           

“ไม่หายใจแล้ว” เรอัสพูดขึ้นหลังจากจับชีพจร กับตรวจลมหายใจของหญิงสาว
           

“ฉันจัดการเอง” พูดจบอลันก็รีบปฐมพยาบาลสาวนิรนามทันที หรือที่ปัจจุบันเรียกการปฐมพยาบาลนี้ว่า
ผายปอด จนในที่สุดหญิงสาวก็รู้สึกตัวสำลักน้ำออกมาอึกใหญ่           

“เป็นยังไงบ้าง” เสียงแรกดังมาจากชายผู้ช่วยชีวิต
           

คำถามถูกยิงมาจากคนไม่คุ้นหน้า แต่คนเพิ่งได้สติไม่ทันตอบก็สลบไปอีกครั้ง สองหนุ่มจึงรีบพาสาวนิรนามคนนี้ไปพักที่ตำหนักตะวันออกก่อน
           

“เป็นยังไงบ้างท่านหมอ” เจ้าชายถามขึ้นเมื่อเห็นหมอหลวงเดินออกมาจากห้อง
           

“ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วพะย่ะค่ะ แต่ว่าบาดแผลของนางสาหัสเอาการ เป็นแผลที่แปลกมากคล้ายถูกธนูยิงแต่ก็ไม่ใช่ ต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวันเพื่อป้องกันแผลอักเสบ”
           

“อืม ไปได้แล้วขอบใจมาก” เจ้าชายเอ่ยหลังจากสิ้นเสียงรายงาน
           

“จะดีหรือที่ให้หญิงสาวไม่มีหัวนอนปลายเท้าพักในปราสาท อาจจะเป็นพวกข้าศึกก็ได้นะอลัน” เสียงนี้ดังมาจากกุนซือคนสนิท
           

“ฉันคิดว่าเธอไม่น่าจะเป็นข้าศึกหรอก เพราะจากจุดที่เราเจอเธอหล่นมาจากท้องฟ้านะ แล้วไหนจะบาดแผลนั่นอีก ไม่คิดหรือว่ามันแปลกไม่น่าจะเกิดจากอาวุธที่คนเขาใช้กันทั่วไป บาดแผลที่เกิดจากพลังเวทย์ก็ไม่ใช่แบบนี้ ฉันว่าเราน่าจะลองถามจากเจ้าตัวดูแต่คงต้องรอเธอฟื้นเสียก่อน” อลันตอบอย่างวิเคราะห์
           

“ทำอะไรกันอยู่น่ะทั้งสองคน” เสียงใสดังมาจากข้างหลังเรียกให้สองหนุ่มหันไปมองตามเสียง
           

“อลิซเธอมาทำอะไรที่นี่ ตอนนี้ควรจะไปนอนพักนะ อย่าลืมสิว่าเธอยังป่วยอยู่” อลันเอ่ยถามเด็กสาวที่เดินมาใกล้ เธอใส่ชุดลำลองสีขาวที่ทำจากผ้าไหมชั้นดีสมฐานะเจ้าหญิงแห่งเนมิทริส ผมสีดำสนิทของเธอยาวตรงถึงเอว ใบหน้ารูปไข่ของเธอมีผมม้าปรกหน้าผากเข้ากันกับเครื่องหน้าที่สวยได้รูปและนัยน์ตาสีนิลได้ดีทีเดียว
           

“พี่มีสิทธิ์มากำหนดตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะให้ฉันนอนหรือไม่นอน” น้องสาวตอบกลับด้วยเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับมุ่นหัวคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
           

“เอาเถอะน่า นี่ก็ดึกแล้วเจ้าหญิงกับเจ้าชายอย่าเพิ่งมาทะเลาะกันตอนนี้เลยเดี๋ยวคนอื่นๆ ก็ตื่นกันทั้งปราสาทหรอก” เรอัสห้ามทัพด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เพราะสองพี่น้องคู่นี้เจอกันทีไรเป็นต้องทะเลาะเพราะเจ้าพี่ชายอดแสดงความรักที่มีต่อน้องสาวไม่ได้ แต่ฝ่ายน้องสาวเรียกการแสดงออกนี้ว่า
แกล้ง
           

“เห็นแก่เรอัสนะจะยกให้สักครั้ง  ว่าแต่พวกพี่มายืนคุยอะไรกันตรงนี้น่ะ เมื่อครู่ก็เห็นหมอหลวงเดินออกไปหลังไวๆ ด้วย มีใครเป็นอะไรเหรอ  หรือว่าไม่สบายเพราะไปว่ายน้ำเล่นกัน” เด็กสาวว่าไปเรื่อยแต่ทั้งสองหนุ่มก็มองหน้ากันนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
           

“พอดีพี่เก็บของน่าสนใจมาได้น่ะ กะว่าจะเซอร์ไพรส์น้องสาวที่น่ารักของพี่พรุ่งนี้อยู่พอดีมารู้ก่อนเสียได้” พี่ชายพูดพลางทำหน้าทะเล้นใส่อย่างอารมณ์ดี ทำเอาน้องสาวที่น่ารักคนนี้อยากจะมอบคมดาบให้เป็นรางวัล
           

“เซอร์ไพรส์เหรอ?” น้องสาวทวนคำพร้อมกับมุ่นคิ้วขึ้นเล็กน้อย
           

“เอาไว้พรุ่งนี้แล้วพี่จะบอก วันนี้ทูนหัวไปนอนก่อนนะคะ” พี่ชายบอกน้องสาวพลางเอื้อมมือไปจับให้หันหน้ากลับไปทางห้องนอนของเธอที่อยู่ด้านตะวันออกของปราสาทที่พวกเขาอยู่พร้อมออกแรงดันให้เดินไป เรอัสมองทั้งคู่เดินห่างออกไปเล็กน้อยก่อนจะหันไปสั่งอะไรบางอย่างกับทหารที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องของแขกผู้มาใหม่แล้วจึงเดินตามทั้งคู่ไป
           

“อลัน ฉันไปนอนก่อนก็แล้วกันนะ” เรอัสบอกเพื่อนเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องของตน
           

“อืม แล้วเจอกันพรุ่งนี้” อลันบอกเพื่อน
           

“ราตรีสวัสดิ์นะเรอัส” อลิซพูดขึ้นบ้าง
           

“เช่นกันครับเจ้าหญิง” เรอัสตอบอย่างทีเล่นทีจริงก่อนจะเดินเข้าห้องของตนไป
           

“อลิซ เราก็ไปนอนกันเถอะ” อลันหันไปบอกน้องสาวของตนบ้างก่อนจะพาเดินเลยห้องของตนที่อยู่ติดกับห้องของเรอัสไปที่ห้องถัดไปอีกห้อง
           

“แล้วพี่จะเข้ามาห้องฉันทำไมน่ะ” เด็กสาวพูดหัวคิ้วมุ่นขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ
           

“พี่ก็จะมากล่อมน้องสาวที่น่ารักให้นอนหลับฝันดีน่ะสิจ๊ะ” พี่ชายเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทะเล้น ได้ยินเพียงเท่านั้นล่ะน้องสาวที่น่ารักก็ทนไม่ได้ขึ้นมาทันที
           

“ถ้าอย่างนั้นก็รับนี่ไปเป็นของตอบแทนความหวังดีก็แล้วกันนะ” เด็กสาวคว้าดาบประจำกายที่เมื่อครู่วางลืมไปบนเตียงและวิ่งไล่ฟันเจ้าพี่ชายที่หวังดีอยากกล่อมไม่รู้จักเวล่ำเวลาอย่างหมั่นไส้ คนเป็นพี่ก็หลบคมดาบได้อย่างชำชองสี่ห้าครั้งก่อนจะวิ่งไปที่ประตู
           

“ดูท่าทางทูนหัวคงไม่ต้องให้พี่กล่อมแล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนอนก่อนก็แล้วกันนะจ๊ะ” อลันพูดก่อนจะออกจากห้องไปทิ้งให้น้องสาวยืนหอบเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มและหลับไป
   ห้องพักที่อยู่อีกด้านของปราสาท
           

หญิงสาวที่หลับอยู่ใบหน้าซีดขาวเนื่องจากเสียเลือดไปมากกำลังกระสับกระส่ายเพราะพิษไข้ และฝันร้ายถึงเรื่องที่เพิ่งเจอมาก่อนจะตกใจตื่น
           

ที่นี่ที่ไหนกันนะ แล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน หรือว่านี่คือโลกหลังความตายเธอกวาดสายตามองไปทั่วห้องอย่างงุนงงระคนตกใจ ห้องที่ไม่คุ้นเคยถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ดูหรูหรามีราคาเหมือนของโบราณ เธอค่อยๆ ยันตัวให้ลุกขึ้นนั่งแต่ก็รู้สึกเจ็บที่แผลจึงต้องตัดใจล้มตัวลงนอนต่อ 

ในยามนี้ภายในห้องมืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องมาจากข้างนอกเพียงอย่างเดียวที่ช่วยให้มองรายละเอียดภายในห้องได้ชัดเจนขึ้น เซร่าเริ่มสำรวจชุดที่ตัวเองใส่อยู่แต่ก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเพราะเป็นชุดที่ดูรุ่มร่ามอย่างกับชุดเจ้าหญิง  เธอไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้บาดแผลที่ได้รับก็เริ่มปวดขึ้นเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดหมดเสียแล้ว เซร่าจึงนอนพักเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ ในตอนที่กำลังเคลิ้มหลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทางประตู

คนที่ไม่ได้รับเชิญมุ่งตรงมายังเตียงที่เซร่านอนอยู่และบีบคอเธออย่างแรงหมายจะให้ขาดใจตาย ด้วยกำลังของหญิงสาวตอนนี้ไม่อาจจะต้านทานใดๆ ได้แต่ดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน เมื่อใกล้จะหมดลมกลับมีเสียงเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง ทำให้คนร้ายไหวตัวรีบหนีออกไปทางระเบียงอย่างรวดเร็ว

“เธอเป็นอะไรไป” เสียงอลันดังขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นสภาพหญิงสาวบนเตียงที่ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ เม็ดเหงื่อผุดพรายออกเต็มใบหน้า เขารีบตรงเข้าไปเพื่อดูอาการก็เห็นรอยช้ำเหมือนโดนบีบคอ

“ใครทำเรื่องแบบนี้ในปราสาทของเรากัน” เจ้าชายอลันเอ่ยอย่างฉุนเฉียว เซร่ามองไปยังบุรุษตรงหน้าจนภาพที่เห็นค่อยๆ พร่าเลือนหมดสติไปในที่สุด อลันเกรงว่าจะมีคนร้ายเข้ามาทำร้ายหญิงสาวคนนี้อีกจึงนั่งเฝ้าดูอยู่ข้างๆ           

เสียงนกขับขานกับแสงสว่างที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องเล็กน้อยทำให้รู้ว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว  ร่างบางปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้าเนื่องจากยังไม่ชินกับแสงสว่าง แต่ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นมันยิ่งกว่าไม่ชินเสียอีก 
           

โครม
! บุรุษแปลกหน้าที่กำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่ข้างเธอทำให้ตกใจจนร้องไม่ออกเผลอผลักคนตรงหน้าตกเตียงแทบจะในทันทีที่ตั้งสติได้  และรีบลุกพรวดขึ้นนั่งทำให้กระเทือนถูกแผลเก่าจนหน้าเบ้ไปเล็กน้อยพลางเอามือขึ้นมาคลำแผลเบาๆ
           

“โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย” คนเพิ่งตื่นลุกขึ้นคลำหัวที่เพิ่งกระแทกพื้นไปพร้อมกับโอดครวญ แต่พอเงยหน้าขึ้นมองไปบนเตียงเห็นหญิงสาวที่ตนเก็บมาได้จากแม่น้ำก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไมตนจึงตกจากเตียง
           

“ฟื้นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้างยังเจ็บแผลอยู่อีกไหม” คำถามถูกยิงมาจากเจ้าชายเมื่อเขาลุกขึ้นยืนทำท่าปัดฝุ่นออกจากตัว
           

กินนมต่างข้าวหรือไงถึงได้สูงขนาดนี้ เซร่าคิดในใจเมื่อมองคนตรงหน้าได้ถนัดตาขึ้น โดยไม่สนใจที่จะตอบคำถามของคนตรงหน้า           

“นี่เธอ ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง หรือว่าไม่เข้าใจภาษาที่ฉันพูด” คนถามชักฉุนที่ไม่ได้คำตอบ
           

ฟังน่ะพอจะเข้าใจอยู่หรอก แต่ไม่อยากจะตอบนี่เซร่าคิดพลางนิ่วหน้าเล็กน้อย           

“หรือว่าเธอพูดไม่ได้” อลันยังคงถามต่อ
           

ตามน้ำมันเลยแล้วกันเซร่าพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ           

“อย่างนั้นหรอกเหรอ แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ”
           

ตกลงนายนี่เข้าใจจริงรึเปล่ากันแน่นะ อุตส่าห์ตอบไปว่าพูดไม่ได้ยังมาถามชื่ออีกเซร่าเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้วแต่ก็ยังส่ายหน้าแทนคำตอบที่หมายความว่า “ไม่มีกระดาษเขียน” อีกคนดันแปลไปอีกอย่าง
           

“นี่เธอไม่รู้ชื่อตัวเองด้วยเหรอ สงสัยจะความจำเสื่อมแน่ๆ ถ้าอย่างนั้นฉันตั้งชื่อให้เธอเองก็แล้วกัน”
           

‘…’ ไม่รู้จะคิดยังไงแล้ว แถมมาอาสาตั้งชื่อให้เองเสร็จสรรพคนโดนเหมาว่าความจำเสื่อมจึงได้แต่ทำสีหน้าอ่อนใจออกมาแทน           

“อืม...ฉันเก็บเธอได้ที่แม่น้ำเซนา ถ้าอย่างนั้น เธอก็ชื่อเซนาเรียก็แล้วกัน”

           
ไอ้คำว่าเก็บเนี่ยแน่ใจเหรอว่าใช้กับคนน่ะเซร่าคิดอย่างไม่พอใจแต่ก็ยอมรับชื่อใหม่ไปอย่างช่วยไม่ได้

To Be Continue...

edit @ 29 Jan 2008 01:32:36 by meemi

เนมิทริส อุบัติรักข้ามเวลา

บทนำ...ข้ามกาลเวลา            

ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ฟึ่บ!...เสียงดาบไม้ที่กระทบกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไปหยุดอยู่ที่ฝ่ายหนึ่งจ่อดาบไปที่คอของอีกฝ่าย

“ยอมแล้วๆ ขอยอมแพ้ เซร่าฝีมือดาบของเธอยังไม่ตกเลยนะ รู้สึกจะเก่งขึ้นกว่าเดิมอีก” ผู้แพ้ประกาศยอมแพ้พร้อมกับวางดาบลงอย่างยอมจำนน

“ไม่ได้ ต้องแข่งกันอีกรอบ” ไวท์บอร์ดถูกชูขึ้นให้อีกคนอ่านทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเลิกซ้อมฟันดาบ

เอาเวลาที่ไหนไปนั่งเขียนไวท์บอร์ดกันนะความคิดนี้ผุดขึ้นทันทีที่เห็นท่าทางของเจ้าหล่อนก่อนจะตอบ

“เซร่าลืมไปแล้วเหรอ ไหนบอกว่าวันนี้จะไปเยี่ยมพ่อแม่ และน้องสาวของเธอไงนี่ก็จวนได้เวลาแล้ว” คาร์ลเจ้าของเสียงที่พูดอยู่คนเดียวเอ่ยต่อทำให้เซร่าชะงักไปนิดหนึ่ง

“รู้แล้ว ไม่มีทางลืมหรอก” เซร่ายังคงชูไวท์บอร์ดออกมาให้เพื่อนอ่านเช่นเคย คาร์ลก็คงชินกับท่าทางแบบนี้ เพราะเธอเริ่มใช้มันแทนเสียงพูดมาได้หนึ่งปีแล้ว ตั้งแต่อุบัติเหตุคราวนั้น เมื่อคาร์ลพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเจ้าตัวจึงยอมหยุดซ้อมดาบ พลางถอดหน้ากากออกมาเผยให้เห็นใบหน้าขาวนวล ริมฝีปากที่สวยได้รูปรับกับจมูกที่ดูรั้นๆ และนัยน์ตาสีหมอกของเธอได้เป็นอย่างดี เธอปล่อยผมสีดำสนิทออกจากพันธนาการของหมวกผ้าที่สวมเอาไว้อีกชั้นทำให้ผมหยักศกของเธอแผ่สยายไปด้านหลังยาวถึงสะโพก คาร์ลเห็นอย่างนั้นจึงถอดหน้ากากออกเช่นกัน เขามีผมสีทองที่เข้ากันกับนัยน์ตาสีเขียวมรกต ใบหน้าคมเข้มที่เรียกได้ว่าหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว

“ว่าแต่แน่ใจหรือว่าจะไม่ให้ฉันไปด้วย” คาร์ลพูดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองคนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ

“ฉันอยากไปคนเดียว” ไวท์บอร์ดถูกชูขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วประโยคที่ตัดบททำให้คาร์ลไม่เซ้าซี้อีก

“ถ้าอย่างนั้นฉันรอกินข้าวเย็นกับเธอที่นี่ก็แล้วกัน รีบกลับมาล่ะ” คาร์ลเอ่ยขึ้นขณะเดินมาส่งเซร่าที่หน้าบ้าน ตั้งแต่เซร่าเสียพ่อแม่ และน้องของเธอไป อาของเธอก็แวะเวียนมาที่บ้านนี้เป็นครั้งคราว เขาจึงกลัวว่าเซร่าจะจมอยู่กับความเศร้าจนทำอะไรผิดๆ เลยคอยมาอยู่เป็นเพื่อนเสมอ

“โอเค แล้วเจอกันตอนหนึ่งทุ่ม” เธอชูไวท์บอร์ดขึ้น พร้อมกับส่งยิ้มมาให้ก่อนจะหันหลังเดินไปโดยไม่ลืมที่จะคว้าช่อดอกลิลลี่ที่ให้สาวใช้ถือมาให้ติดมือไปด้วย มันเป็นดอกไม้ที่ปลูกอยู่ในสวนบ้านของเธอ และเป็นดอกไม้ที่เธอชอบ

นีน่า พี่มาเยี่ยมน้องแล้วนะจ๊ะ คุณพ่อและคุณแม่ด้วย ทุกคนสบายดีไหมคะ ผ่านมาสองปีสำหรับหนูเรื่องทุกอย่างมันเหมือนกับเพิ่งจะผ่านไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง หนูยังสบายดีค่ะ ทุกคนที่อยู่บนโน้นไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ นีน่าต้องดูแลคุณพ่อกับคุณแม่แทนพี่ด้วยนะเซร่าเอ่ยอยู่เพียงในใจ พลางวางดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ลงบนก้อนหินที่อยู่ตรงมุมถนนที่เป็นทางโค้งหักศอกเลียบภูเขา ด้านล่างเป็นผาชันที่ลึกเกินกว่าจะมองเห็นเบื้องล่าง เมื่อสองปีก่อนตรงทางโค้งตรงนี้เป็นที่ที่เซร่าและครอบครัวของเธอประสบอุบัติเหตุรถยนต์หลุดโค้งตกลงไปใต้ผาด้านล่าง พ่อแม่ และน้องสาวของเธอตกลงไปพร้อมกับตัวรถ ส่วนตัวเธอเองเกี่ยวติดกับกิ่งไม้ตอนที่รถหล่นลงไปอย่างปาฏิหาริย์ เป็นเหตุให้รอดชีวิตมาได้

แกร็ก... เสียงเหมือนหินกลิ้งจากด้านหลังทำให้หญิงสาวที่พอจะเป็นมวยรู้ตัวว่ากำลังมีภัย จึงกระโดดหลบท่อนไม้ไปด้านหน้าได้อย่างฉิวเฉียด พอได้จังหวะมองจึงรู้ว่าคนร้ายที่ต้องการทำร้ายเธอคืออาแท้ๆ ของเธอเอง เขาเป็นน้องชายของพ่อของเธอ และยังดูแลเธออย่างดีมาตลอดสองปีที่ผ่านมา หัวคิ้วของคนถูกปองร้ายจึงมุ่นขึ้นด้วยความฉงน แต่ก่อนจะได้ถามคนที่เห็นก็ชิงตอบเสียก่อน

“ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก ที่จริงเธอสมควรตายไปพร้อมกับพ่อแม่ และน้องของเธอตั้งแต่สองปีก่อนแล้วแต่ก็ยังรอดมาได้ฉันก็เลยต้องปล่อยเธอไปก่อน เพราะถ้าฆ่าเธอตั้งแต่ตอนนั้นตำรวจก็จะสงสัยฉัน คราวนี้ฉันไม่ปล่อยให้เธอรอดไปได้อีกเป็นครั้งที่สองแน่ ตายเสียเถอะเพื่อความสุขสบายของฉัน” สิ้นเสียงของคนเลวทำให้คนฟังถึงกับน้ำตาไหลด้วยความเสียใจถึงแม้เขาจะเป็นเพียงอา แต่เธอก็นับถือเขาเสมือนพ่อแท้ๆ ของเธอเองมาตลอดจึงทำให้ยิ่งเสียใจมากขึ้นไปอีก แล้วคนทรยศก็เงื้อไม้ขึ้นอีกหมายจะฟาดลงมาให้โดนอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น แต่ด้วยความไวและคล่องตัว หญิงสาวจึงเตะไม้หักเป็นสองท่อน ตามด้วยขาอีกข้างฟาดไปที่ซี่โครงของอีกฝ่ายทำให้คนโดนทรุดตัวงอด้วยความเจ็บปวดเลยทีเดียว

“กะว่าจะทำให้เหมือนตายแบบธรรมชาติแล้วเชียวฤทธิ์มากนักนะ” คำพูดของคนที่ไม่สมควรเป็นคนดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะควักปืนออกมาจ่อไปที่เซล หรือชื่อเต็มๆ คือเซร่า มาโควิช ทำให้เธอหยุดชะงัก นัยน์ตาสีหมอกของเธอไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น เพราะอาวุธที่อีกฝ่ายใช้ทำให้เธอเป็นรองอยู่ไม่น้อย อีกทั้งตอนนี้เธอก็มาหยุดอยู่ริมผาเสียแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยที่เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นแต่กลับไม่มีใครรู้เห็น เพราะบริเวณที่เธออยู่เป็นเขตส่วนบุคคล พื้นที่แถบนี้ทั้งหมดจวบจนภูเขาทั้งลูกนี้ก็เป็นของตระกูลมาโควิชเจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ คนภายนอกจึงไม่สามารถผ่านไปมาได้

“ตลอดปีที่ผ่านมาเธอคงคิดว่าฉันเป็นอาที่ดี ถ้าไม่ติดว่าเจ้าพี่ชายขี้งกของฉันไม่คิดจะแบ่งสมบัติของมันให้ฉันยืมสักแดงเพื่อใช้หนี้การพนันแล้วล่ะก็ มันก็คงไม่ต้องตาย และเธอก็ไม่ต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษพ่อของเธอหรือพี่ชายของฉันก็แล้วกัน เซล” ขณะที่พูดท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้ม และมีหยดน้ำใสๆ หล่นลงมาที่หน้าของหญิงสาว 2-3 หยด ทำให้รู้ว่าฝนเริ่มตกแล้ว พออาของเธอพูดจบก็เหนี่ยวไกทันที ลูกกระสุนพุ่งผ่านอากาศและเม็ดฝนมาอย่างรวดเร็ว เซลได้แต่หลับตาลงเตรียมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิด แต่แล้วขณะเดียวกันนั้นเอง เมื่อสิ้นเสียงปืนแทบจะในทันทีฟ้าก็ผ่าลงมาที่ผาด้านหลังของเธอทำให้บริเวณที่ยืนอยู่กร่อนและแยกตัวออกจากหน้าผาตกลงไป ลูกกระสุนที่หมายจะตัดขั้วหัวใจก็ทำได้แค่ทะลุหัวไหล่ไปเท่านั้น แม้จะผิดจากที่คิดไปแต่ผลที่ได้ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่คนชั่วจึงหัวเราะอย่างสะใจท่ามกลางเม็ดฝนที่เริ่มตกแรงขึ้น

เอาเถอะจะตายเพราะปืน หรือเพราะตกหน้าผาก็ตายเหมือนกัน พ่อคะ แม่คะ นีน่า หนูกำลังจะไปหาทุกคนแล้วค่ะหญิงสาวคิดอย่างปลงตก แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรด้านล่างที่ควรจะเป็นหินหรือพื้นดินแข็งๆ ที่ทำให้เธอตายได้เพราะแรงกระแทกกลับมีห้วงเวลาที่บิดเบี้ยวอย่างประหลาดเกิดขึ้น ทำให้เธอตกลงไปในห้วงเวลานั้นและหมดสติไปในที่สุด

ตอนต่อไป http://meemi.exteen.com/20080129/nemitris-1

edit @ 29 Jan 2008 01:16:20 by meemi

ข้อควรปฎิบัติ

posted on 25 Jan 2008 00:07 by meemi  in News

ข้อควรปฎิบัติในการอ่านนิยายของข้าพเจ้า

1. ข้าพเจ้า Post เรื่องเอาไว้ให้อ่านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามนำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ เพื่อการค้าก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด ทำได้แค่เพียงนำลิงค์ไปบอกต่อเพื่อให้ผู้อื่นเข้ามาอ่านได้เท่านั้น
2. อ่านและคอมเมนต์กันอย่างสุภาพชน ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบโลน หรือพาดพิงถึงผู้อื่นผู้ใดในทางเสียหาย ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และติดตามผลงานของข้าพเจ้า
3. ทวงฟิคหรือนิยายได้ แต่ห้ามขู่วางระเบิด เพราะตอนนี้ที่บ้านของข้าพเจ้าจะกลายเป็นคลังแสงอยู่แล้ว ระเบิดเต็มบ้าน =..=

ทั้ง 3 ข้อด้านบนนี้ขอให้ทุกท่านปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ เพื่อความสงบสุขของผู้อ่าน และผู้ Post เรื่องอย่างข้าพเจ้า ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนะคะ

พูดคุยก่อนอ่าน

posted on 24 Jan 2008 22:47 by meemi  in Nemitris

เนมิทริส เป็นนิยายเรื่องแรกที่ข้าพเจ้าแต่งออกมา เป็นเรื่องแนวแฟนตาซีโรแมนติคปนแอ็คชั่นน้อยๆ เพื่อความเหมาะสมของเรื่อง จัดว่าเป็นแนวถนัดของข้าพเจ้าแล้วก็ว่าได้ แต่เนื่องจากเป็นเรื่องแรกจึงทำให้แต่งได้ไม่ดีนัก แต่ก็อยากจะขอคำแนะนำของทุกท่านที่ได้แวะเข้ามาเยี่ยมชมกันด้วยนะคะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องออกแนวตะวันตกสมัยโบราณ หวังว่าทุกท่านจะได้ร่วมสนุกและผจญภัยไปพร้อมๆ กับเซร่าในนครเนมิทริสแห่งนี้นะคะ

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านอ่านให้สนุก คอมเม้นต์ด้วยคำสุภาพ และมีความสุขกับการอ่านนะคะ

นี่เป็นเพลงประกอบของเรื่อง Nemitris นี้นะคะ ชื่อเพลง Aurora ของ Vanessa Mae 
นั่งเลือกอยู่นานค่ะกว่าจะได้เพลงนี้มา มันเป็นเพลงประกอบในฉากที่เซร่าสีไวโอลินให้อลันฟังค่ะ คลิกที่ลิงค์ได้เลย  http://meemi-story.orgfree.com

edit @ 28 Jan 2008 00:20:10 by meemi